การเผาถ่านหินมากถึงวันละ 23 ล้านกิโลกรัมตลอด 24 ชั่วโมง ปล่อยควันพิษที่มองเห็นและสารพิษที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนจะกระจายทั่วสงขลาและปัตตานี จะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศตามมา ซึ่งถูกมองว่าเป็นพลังงานที่ไม่สะอาด และอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้นด้วย โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายๆ มิติ เช่น ทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชนที่อาศัยทรัพยากรท้องถิ่นในการดำรงชีพ ด้านมลภาวะที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

มลพิษที่เกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ถ่านหินเผาไหม้ในโรงไฟฟ้านี้จะมีปล่อยก๊าซออกมา โดยหนึ่งในก๊าซที่สร้างมลพิษสำคัญ คือ

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide, CO) ซึ่งเป็นก๊าซที่อันตรายต่อมนุษย์เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย อาการป่วยจาก CO ความคลื่นไส้ หรือหมดสติได้ และถ้าไม่รักษาทันทีอาจทำให้เสียชีวิตได้ด้วย

นอกจากนี้ การเผาถ่านหินก็สร้างก๊าซตะกั่วพีชีส (Sulfur Dioxide, SO2) และก๊าซออกซิดไนท์ (Oxides of Nitrogen, NOx) ซึ่งเป็นก๊าซที่สร้างมลพิษอากาศหายใจและอาจเสี่ยงต่อโรคทางระบบทางเดินหายใจ

การใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้ามีปัญหาสุขภาพหลายประการ:

  1. มลพิษอากาศ: การเผาถ่านหินอาจปล่อยสารพิษออกมา เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), ก๊าซไฮโดรเจนไซด์ (NOx), และฝุ่น PM2.5 ซึ่งสามารถก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพระยะยาวได้ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคหัวใจ
  2. การกระตุ้นการเป็นมะเร็ง: การส่งเสริมการเผาถ่านหินอาจทำให้เกิดมลภาวะที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ เช่น มลพิษบางส่วนที่มีในถ่านหิน
  3. ปัญหาสุขภาพในสถานที่ทำงาน: การทำงานในโรงไฟฟ้าถ่านหินอาจทำให้พนักงานสูงอันตรายแก่สารพิษและอาจเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยหรือสูญเสียสุขภาพในระยะยาว
  4. ผลกระทบต่อชุมชน: โรงไฟฟ้าถ่านหินส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับชุมชน การเผาถ่านหินอาจสร้างปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสำหรับชุมชนในบริเวณใกล้ๆ โรงไฟฟ้า การเปลี่ยนสู่แหล่งพลังงานที่สะอาดและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน อาจช่วยลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใช้ถ่านหินในโรงไฟฟ้าได้มากที่สุดในระยะยาว และเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนมากขึ้นในอนาคตให้เกิดประโยชน์ทั้งทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม